หลงเสน่ห์เมืองแขกเข้าแล้วสิ เที่ยว 2 เมืองอินเดีย Ahmedabad-Udaipur

ถ้าถามว่าในรอบปีชอบการมาเที่ยวครั้งไหนมาที่สุด เราขอตอบเลยว่าครั้งนี้แหละ ไม่ใช่เพราะทุกอย่างมันดีหรอกนะ แต่เพราะเรื่องราวระหว่างทาง มันโครตน่าจดจำเลยจริงๆอินเดียประเทศที่มีแต่คนปฎิเสธ จริงๆแล้วมันทั้งน่ารัก น่าค้นหา และน่าเป็น 1 ในลิสที่ครั้งนึงในชีวิตควรไปเอาซะมากๆ

การเดินทางครั้งนี้เราไปเยือน 2 เมือง คืออาห์เมดาบัดและอุดัยปูร์ ในเวลาแค่ 4 วัน 3 คืน มาเริ่มที่ “อาห์เมดาบัด” เมืองแรกของอินเดียที่ได้รับยกย่องขึ้นเป็นเมืองมรดกโลกสิ่งปลูกสร้างต่างๆเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เคียงคู่ไปกับวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน ผู้คนเมืองนี้ดูอารมณ์ดี หน้าดุแต่ยิ้มง่ายมาก

นี่คือ The Adalaj Stepwell เป็นบ่อน้ำโบราณขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากตัวเมืองอาห์เมดาบัดประมาณ 20 กม. คนสมัยก่อนจะนิยมสร้างบ่อน้ำเป็นชั้นๆ ลงไปใต้ดินเพื่อสะดวกเวลาเดินลงมาตักน้ำนั่นแหละ

ถ้าสังเกตดีๆ เสาทุกต้นจะถูกแกะสลักอย่างสวยงาม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาของพราหมณ์-ฮินดู

มองขึ้นไป ตัวบ่อมีความลึก 5 ชั้นเบาๆ โห! นี่คิดถึงคนสมัยก่อนที่ลงมาตักน้ำ คงเดินกันเมื่อยเลยอะ 555

The Adalaj Stepwell เปิดตั้งแต่ 7 โมงครึ่งไปจนถึง 6 โมงเย็น ค่าเข้าคนไทย โชว์พาสปอร์ตได้ราคาเท่าคนอินเดีย 25 รูปี (11 บาท)

Shree Swaminarayan Mandir Kalupur เป็นวัดโบราณของฮินดูสุดเก่าแก่ของเมือง
ประตูทางเข้าวัดคือเด่นมาก สีสันสดใส ตั้งอยู่หน้าตลาดเลย

จะมีชาวบ้านแวะเวียนกันมาไม่ขาดสาย ยิ่งช่วงเทศกาลต่างๆ ที่นี่จะเป็นกลายเป็นสถานที่จัดงานอยู่เสมอ

ด้านในก็สวยไม่แพ้กันนะ ไม่ว่าจะเป็นตามเสา เพดาน หรือตามทางเดินต่างๆ มีการแกะสลัก และประดับประดาแบบแปลกตา ต่างไปจากที่อื่นๆของเมือง

สวยทุกมุมเลยแม่ สะบัดกระโปรงได้ ไม่มีใครว่า แต่ถ้าคนมองอะ มองทุกคนเลยจ้า 5555

ก่อนเริ่มทริป เราได้ทำการบ้านมาแล้วว่า ถ้ามาเมืองนี้ต้องไม่พลาดที่จะเดินเส้นทางสายมรดกนะ เขาเรียกว่า Heritage Walk of Ahmedabad มีไกด์คอยเล่าประวัติความเป็นมาตามจุดต่างๆ พาเดินลัดเลาะไปตามบ้านเรือน ค่าเดินคนละ 250 รูปี (106 บาท) ถูกมากจ้า
ระหว่างทางก็จะเห็นวิถีชีวิตจริงๆของคนเมืองนี้ และที่ขาดไม่ได้คือบรรดาสัตว์ต่างๆ
พบเจอทุกที่ คนกับสัตว์ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเหมือนเพื่อน เหมือนสมาชิกในครอบครัว

เห็นคุณลุงคนซ้ายมือเสื้อขาวนี่มะ คิดว่าหน้าแกดุปะ? ตอนแรกก็แอบกลัวๆ แต่พอหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายคุณลุงก็ยิ้มให้เฉยเลย เป็นความย้อนแย้งที่โครตมีเสน่ห์ 

ที่ต่อไปคือ Dada Harir Stepwell บ่อน้ำโบราณนี้ตั้งอยู่ในตัวเมือง ไม่มีค่าเข้าใดๆ
มองด้านนอกคือธรรมดามาก แต่พอเดินเข้ามาโอ้โห อลังการ ที่สำคัญคือสามารถเดินขึ้นไปถ่ายรูปเล่นได้อีกด้วย

บอกเลยว่าค่อนข้างทึ่งในฝีมือของคนอินเดียโบราณ ในสมัยที่เครื่องมือไม่พร้อมแต่พวกเขาสร้างได้ขนาดนี้ สุดมาก

จุดนี้มีทางเดินลงไปได้ ให้เพื่อนถ่ายมาจากด้านบน ก็จะได้มุมที่ดูแปลกตาขึ้น

พักเบรคมากินมื้อเที่ยงที่ร้าน Eleven11 Restro Cafe ใครว่าอินเดียมีแต่เครื่องเทศ โนจ้า พวกอาหารอิตาเลี่ยนต่างๆก็มี ที่สำคัญดูการตกแต่งของร้าน นี่คิดว่านั่งอยู่แถวอารีย์ 555
ร้านหาไม่ยากอยู่ชั้น 1 ตึก ,Addor Aspire Univercity Road

หน้าตาอาหารธรรมดาที่ไหนละ รสชาติดีใช้ได้เลยด้วย
เราสั่งกันมาเต็มโต๊ะ ตอนเรียกเช็คบิลตกคนละไม่ถึง 300 บาท แฮปปี้จ้า

The Queen’s Stepwell จะเอาให้สุดต้องมาที่นี่ เป็นบ่อน้ำแห่งเดียวของอินเดียที่ได้ขึ้นมรดกโลก และพิมพ์อยู่บนแบงค์ 100 รูปี มีความลึกถึง 7 ชั้น และด้วยความเก่าแก่มากๆ จะมีคนคุมยืนอยู่ตามจุดต่างๆ ห้ามเราจับตามผนังหรือกำแพงเด็ดขาด

ลวดลายเยอะจริง ถึงเราจะดูไม่ออกว่ามันเป็นลายอะไร แต่ก็สวยมากๆ ลืมบอกว่า The Queen’s Stepwell อยู่ห่างจากตัวเมืองราวๆ 120 กม. และไม่มีรถสาธารณะผ่าน ต้องเหมารถมาเท่านั้น

ด้านในสุด มีชั้นๆ สลับกันไป การเดินขึ้นลงก็เล่นเอาเราหอบเหมือนกันนะ

Modhera Sun Temple จะเรียกว่าอะไรดีละ มันเป็นทั้งบ่อน้ำ ทั้งวัดอยู่รวมกัน ถ้าจะมาเที่ยวที่นี่ควรจับคู่กับ The Queen’s Stepwell ระยะทางไม่ไกลกันมากนัก แอบเสียดายมาถึงที่นี่ก็พระอาทิตย์กำลังจะหายแล้ว จริงๆยังมีมุมที่อยากได้อีกเยอะมาก แต่แสงหมดซะก่อน

ถ้าเพื่อนๆจะมาที่นี่แนะนำให้เผื่อเวลาไว้เยอะๆ เพราะสถานที่ใหญ่และสวยมาก

เสียดายที่เราไปถึงตอนจะค่ำซะแล้ว เลยมีเวลาเดินถ่ายรูปไม่มากนัก

ด้านหน้าจะมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ สามารถลงไปถ่ายรูปได้ด้วย

มื้อค่ำของวันฝากไว้ที่ร้าน Agashiye ร้านหรู ในราคาคนละ 500 กว่าๆ
แต่ได้ฟิวมหาราณี พนักงานบริการแบบเต็ม 10 เสิร์ฟเฉพาะอาหาร Vegetarian เท่านั้น
ตัวร้านอยู่ในโรงแรม The House of MG Hotel

เช้าวันรุ่งขึ้นออกเดินทางไปเมือง “อุดัยปูร์” นั่งสบายๆในรถ 4 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีความเบื่อเลย คอยตื่นเต้นกับ 2 ข้างทางอยู่ตลอด
เราให้คนขับรถพามาส่งที่ Udaipur Down Town ซึ่งสถานที่เที่ยวทั้งหมดอยู่ตรงนี้เลยจ้า
นัดให้คนขับมารับพวกเราอีกทีก็คือพรุ่งนี้ตอนจะกลับสนามบินเลย

ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นไหม แต่เราอะชอบเดินเล่นในชุมชน ดูว่าเขาอยู่อย่างไร ใช้ชีวิตแบบไหน
วันๆทำอะไรกันบ้าง ยิ่งที่อินเดียด้วยแล้ว ได้มาก

เล่าให้ฟังก่อนว่าเมือง อุดัยปูร์ ถูกขนานนามว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดของอินเดีย
เมืองสีขาวแห่งราชสถาน อากาศดี เมืองติดน้ำที่แท้ทรู อะมาถึงโซนนี้ที่เราพามาเที่ยวเป็นถนนละลายทรัพย์ ของฝากต่างๆมากองรวมกันที่นี่ แล้วราคาเบา น่ารักๆ

ถนนเส้นนี้ลัดเลาะไปได้หลายซอกหลายซอย เดินให้ครบกันนะ ข้อดีของเมืองนี้ที่เราสัมผัสได้คือ ผู้คนเฟรนลี่มากๆ ยิ้มและทักทายนักท่องเที่ยวตลอดทาง
เดาเก่ง คิดว่าเราเป็นคนจีนบ้างละ มาเลเซียบางละ เป็นคนทุกประเทศยกเว้นคนไทยแล้วตอนนี้ 5555

Jagat Niwas Café คาเฟ่ที่ต้อนรับคนภายนอกมาสัมผัสกับบรรยากาศให้ทุกมื้ออาหาร
เช้า เที่ยง เย็น เข้ามาจอยได้หมด เรามาตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน แสงสีทองสะท้อนผิวน้ำ แล้วมาตัดกับตัวอาคารอีกที ณ จุดนี้ต้องบอกเลยว่า สวยมากเลยโว้ย

ความสวยของที่นี่เต็ม 10 เราให้ 20 ไปเลย

ไม่ต้องงงว่าทำไมชุดไม่เหมือนกัน เราแวะมาที่นี่ 2 วันเลยจ้า ชอบมาก

ใกล้กันเป็นที่ตั้งของ City Palace of Udaipur วังริมทะเลสาบ แม้ไม่ใหญ่เท่า City Palace Jaipur แต่ด้านในก็สวยเอาเรื่อง ค่าเข้า 400 รูปี (170 บาท)

ถ้าอยากได้รูปสวยๆ คือต้องมาเช้าเลยนะ

แต่ละห้องจะมีทั้งภาพวาด จิตรกรรมฝาผนัง และมุมให้เราเห็นวิวทะเลสาบด้วย

เข้ามาแล้วอยากเป็นเจ้าหญิงกับเขาบ้างเลย

ห้องสีฟ้าแห่งความลับ

เดินเล่นจนเกือบหมดวันก็ได้เวลากลับไปที่เมืองอาห์เมดาบัดเพื่อขึ้นเครื่องกับบ้านแล้ว มันเป็น 4 วันที่ครบรส ถ้าเปรียบเป็นรสชาติอาหาร ต้องบอกว่ากลมกล่อม
ลุ้น สนุก ตื่นเต้น ตลก ปนกันไปหมด

ข้อควรรู้เล็กๆน้อยๆ

1.เที่ยวอินเดียต้องมีวีซ่า ยื่นง่ายๆได้ที่เว็บ https://indianvisaonline.gov.in/evisa/tvoa.html

2.แนะนำให้เช่ารถพร้อมคนขับในการเที่ยวจะสะดวกกว่า ของเราเหมาเที่ยว 2 เมืองเลย คอนเทคตามนี้จ้า ชื่อ Bhawani Singh เบอร์ติดต่อ Whatsapp : +91 9998109961

3.คนอินเดียจะไม่เล่น Line การติดต่อต่างๆจะผ่าน Whatsapp

4.การซื้อซิมที่อินเดียจะเสียเวลามาก เพราะฉะนั้นเปิดโรมมิ่งไปเลยดีกว่า

5.ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา คนอินเดียพูดอังกฤษเก่งมาก

6.ถ้ากลัวกินอาหารบ้านเค้าไม่ได้ ก็พกไปเอง แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้แย่นะ มีพวกคาเฟ่ดีๆให้เข้าเยอะเลย

7.อินเดียไม่ได้สกปรกทุกที่ มันก็มีบางมุมบางโซนแหละ อย่างบ้านเราก็มี อย่าเพิ่งมองภาพลบขนาดนั้น

8.คนอินเดียหน้าดุ ใช่ค่ะหน้าดุจริงๆ แต่ความจริงโครตน่ารักเลยแก มองหน้าแปปเดียวจากหน้าบึ้งก็กลายเป็นยิ้มให้เราละ

9.ข้อสุดท้าย การมาเที่ยวที่นี่ ไม่ต้องคาดหวังหรือจินตนาการถึงความสวยหรู เพอร์เฟคใดๆ เอามาแค่ใจที่อยากเปิดโลกใบเดิมให้มันกว้างมากขึ้นก็พอ

หลังจากที่เพื่อนๆอ่านรีวิวนี้จบ

เราอยากให้ลองถามตัวเองในใจเบาๆว่าถ้าเป็นเรา

“ เราจะกล้าลองไปที่นี่ไหม ” ไป อิ น เ ดี ย อะ ?

1 Comment

  • apple t.

    11 เดือน agoReply

    สวยมากๆเลยค่า อยากไปเที่ยวบ้างค่ะ ขอรายละเอียดได้ไหมค๊า เรื่องการเช่ารถ ราคา ทั้งทริปประมาณเท่าไหรค๊า แล้วควรใช้เวลาอยู่แต่ละเมืองกี่วันคะ ถ้าเที่ยวแบบชิลๆ ไม่เร่งรีบมากอ่ะค่ะ เที่ยว5วันเต็มพอไหมคะ

Leave a Reply

Facebook

Facebook

About Me

Call me “Pui”, a kind of girl who enjoy travelling, meet some new friends and places. CHILL WITH ME is an area of our own journey stories willing to share and inspired you to fulfill your teenage dreams’ passion, pack your baggage and journey…round the world.

Instagram

Handpicked

Featured